Posts

สภาพภายในดวงอาทิตย์

Image
สภาพภายในดวงอาทิตย์      "ดวงอาทิตย์" เป็นก้อนสสารใหญ่ร้อนจัด และรวมตัวเป็นสัณฐานทรงกลม อยู่ได้โดยแรงดึงดูดระหว่างอะตอมและโมเลกุล แรงดึงดูดหรือแรงโน้มถ่วง (gravitational force) นี้ มีทิศทางเข้าหาจุดศูนย์กลางเนื้อสารของดวงอาทิตย์ซึ่งอยู่ที่ระดับใดระดับหนึ่ง ภายในตัวดวงจะถูกทับถมโดยเนื้อสารที่อยู่สูงขึ้นมา จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องมีความดันและความหนาแน่นมากกว่าเนื้อสารในระดับสูงกว่า ตามหลักเกณฑ์อันนี้กล่าวได้ว่าความดันและความหนาแน่นของเนื้อสารเพิ่มขึ้นในระดับลึกลงไปภายในดวงอาทิตย์ อนึ่ง ภายใต้ความกดดันสูงนั้น ก๊าซหรือไอจะถูกบีบให้ปริมาตรลดลงเรื่อย ถ้าอะตอมหรือโมเลกุลของก๊าซหรือไอนั้นไม่มีความเร็วในตัวพอที่จะผลักดันต่อสู้ไว้ ความเร็วที่กล่าวถึงนี้ได้จากการมีอุณหภูมิสูง ทั้งนี้เพราะอุณหภูมิของวัตถุก็คือพลังงานของการเคลื่อนที่ และการสั่นสะเทือนของโมเลกุลอะตอมในสสารนั้น ๆ โดยเหตุนี้เองเราถือได้ว่า เนื้อสารที่ระดับใดระดับหนึ่งภายในดวงอาทิตย์อยู่ในสภาพสมดุล เมื่อมีอุณหภูมิความกดดัน และความหนาแน่นพอเหมาะแก่กัน ซึ่งจะมีค่าสูงขึ้นเรื่อยสำหรับระดับที่ลึกลงไปภายในดวงอาทิตย์    ...

การจำแนกดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

Image
การจำแนกดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ แบ่งได้แบบใดบ้าง? การจำแนกดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ มีเกณฑ์ในการจำแนกอยู่ 3 รูปแบบ คือ 1. แบ่งโดยใช้โลก 2.แบ่งด้วย asteroid belt 3.แบ่งด้วยลักษณะทางกายภาพ แบ่งโดยใช้โลก - ดาวเคราะห์วงใน (Interior planets) หมายถึงดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ได้แก่ดาวพุธ และดาวศุกร์ - ดาวเคราะห์วงนอก (Superior planets) หมายถึง ดาวเคราะห์ที่อยู่ถัดจากโลกออกไป ได้แก่ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน แบ่งด้วย asteroid belt - ดาวเคราะห์ชั้นใน (Inner planets) คือ ดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และแถบดาวเคราะห์น้อย มีทั้งหมดสี่ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร ทั้งหมดเป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็ก มีความหนาแน่นสูงและมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นของแข็ง เช่น หินและโลหะ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ดาวเคราะห์หิน (Terrestrial planets) - ดาวเคราะห์ชั้นนอก (Outer planets) คือ ดาวเคราะห์ที่โคจรเลยออกไปจากแถบดาวเคราะห์น้อย มีทั้งหมด 4 ดวง ได้แก่ ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน โดยดาวเคราะห์ทั้งหมด มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำแข็ง ก๊าซ และของเหลว ดาว...

แผนภาพ H-R วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ และแถบลำดับหลัก

Image
 แผนภาพ Hertzsprung-Russell diagram และแถบลำดับหลัก          แผนภาพของแฮร์ทสชปรุง-รัสเซลล์ (Hertzsprung-Russell diagram) หรือเรียกย่อ ๆ ว่าแผนภาพ H-R (H-R Diagram) แผนภาพนี้เป็นแผนภาพที่เกิดขึ้นในช่วงปีค.ศ.ที่ 1910 โดย เอ็จนา แฮรท์สชปรุง (Ejnar Hertzsprung) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก และเฮนรี นอริส รัสเซลล์ (Henry Norris Russell) นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน โดนแผนภาพนี้จะประกอบไปด้วยข้อมูลทางกายภาพต่าง ๆ ของดาวฤกษ์ได้แก่ อุณหภูมิ (ใช้หน่วยเป็นเคลวิน) และกำลังส่งสว่าง หรือ สี (ประเภทของสเปกตรัม) และโชติมาตรสัมบูรณ์ (คือความสว่างของดาวดวงนั้น ๆ หากเราสมมติเราวัดความสว่างของดาวจากระยะเท่า ๆ กัน และยิ่งเลขมีค่าน้อยยิ่งสว่างมาก) ซึ่งนอกจากจะมีปริมาณในแกนทั้ง 4 แล้ว ยังมีประมาณในแกนเฉียงอีกด้วย ซึ่งปริมาณในแกนเฉียงนั้นจะบ่งบอกถึงรัศมีของดาวฤกษ์ดวงนั้น ๆ เทียบกับดวงอาทิตย์  โดยเพิ่มสเกลที่ละ 10 เท่า จาก 0.001 เท่า ไปจนถึง 1000 เท่า          แผนภาพ H-R แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของดาวฤกษ์ชนิดต่าง ๆ เป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับมวลเริ่มต้น (in...

แท้จริงแล้วการดูดาว (คล้าย) กับการย้อนอดีต

Image
    แสงของดาวที่เราเห็นในปัจจุบัน อาจกลายเป็นอดีตเมื่อนานมาแล้ว เนื่องจากระยะห่างของดาวแต่ละดวงซึ่งอยู่ไกลมาก ดังนั้นกว่าที่แสงของพวกมันจะส่งมาถึงโลกจึงอาจใช้เวลานานจนดาวหลายดวงดับสูญไปแล้วนั่นเอง     อย่างที่หลาย ๆ คนรู้ว่าแสงเดินทางได้เร็วมาก แต่ในอวกาศนั้นว่างเปล่า และดวงดาวแต่ละดวงก็อยู่ห่างไกลกัน แสดงว่าการที่เราเห็นดวงดาวต่าง ๆ บนท้องฟ้าในตอนกลางคืน ก็เกิดจากการที่แสงจากภาพของดาวดวงนั้นเดินทางมาที่โลกของเรา แต่ถ้าดาวดวงนั้นมีระยะห่างจากโลกของเรามาก ๆ ก็หมายความว่าแสงยิ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางนานมากๆ งั้นถ้าเกิดแสงใช้เวลาเดินทางนานมากกว่าจะมาถึงโลกของเรา ภาพของดาวดวงนั้นที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ ก็ไม่ใช่ภาพในปัจจุบันของดาวดวงนั้น แต่เป็นภาพในอดีต ดาวบางดวงที่เราเห็น ตอนที่เราเห็นมันอาจจะระเบิดไปแล้ว แต่ภาพตอนระเบิดยังวิ่งมาไม่ถึง      ถ้าใครยังไม่เข้าใจ ลองนึกถึงเวลามีฟ้าร้องฟ้าแลบ สมมติว่าเราเห็นฟ้าแลบลงมา บางทีเสียงจะตามมาทีหลัง ซึ่งเสียงมีความเร็วช้ากว่าแสง เพราะในความเป็นจริงแล้วเสียงฟ้าร้องกับสายฟ้าแลบเกิดพร้อมกัน แต่มันใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะเด...

Welcome to our blog

Image
  “Anyone who has never made a mistake has never tried anything new.” ―  Albert Einstein Welcome to our blog, space, and astronomy news update every week. Astrospaceth Member of Astrospaceth - Warthog AKA Worawit Grade 12 student at PRC. Our connections - NASA - SpaceX - SpaceNews Website - Space Website Organizations - The Prince Royal's College For Technology Semester 1 work Credit picture:  https://media.wired.com/photos/5a7cb68fa2d3835392e1b469/4:3/w_2133,h_1600,c_limit/spacexrocketreturn.jpg

About bacground picture

Image
We use JWST (James Webb Telescope) to take pictures for our background The James Webb Space Telescope (JWST) is a large, space-based observatory developed as a collaboration between NASA, the European Space Agency (ESA), and the Canadian Space Agency (CSA). Here are some key details about the JWST: Purpose : The primary goal of JWST is to observe the universe in infrared wavelengths. It aims to study every phase in the history of our Universe, ranging from the first galaxies to the formation of stars and planetary systems. Size and Design : JWST is notably larger than the Hubble Space Telescope (HST), with a 6.5-meter diameter primary mirror (compared to Hubble's 2.4 meters). It is designed to be folded for launch aboard an Ariane 5 rocket. Instruments : JWST carries four main scientific instruments: Near Infrared Camera (NIRCam) Near Infrared Spectrograph (NIRSpec) Mid Infrared Instrument (MIRI) Fine Guidance Sensor/Near InfraRed Imager and Slitless Spectrograph (FGS/NIRISS) Orbit...